พืชมีพิษ


   

 

 





กลับหน้าหลัก
HOME

 
           ย้อนกลับ
 

 

  

 

 












 











 

ลาน

ชื่อวิทยาศาสตร์
: Corypha lecomtei  Becc.
วงศ์
:  Palmae
ชื่อสามัญ
:  
ชื่ออื่น
: ลานป่า

 

 

 

 

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพวกปาล์มที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงมากชนิดหนึ่ง มีการเจริญเติบโตช้ามาก ลำต้นจะตรงขึ้นไปสูง 15-20 เมตร ชอบขึ้นเป็นดงใหญ่ๆ เป็นกลุ่มโดยเฉพาะตามที่ราบระหว่างหุบเขาที่ชุ่มชื้นและมีหินปูนเป็นหินชั้นล่าง เช่น ที่ป่าดงลาน จังหวัดขอนแก่น และป่าลานอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี  ใบ รูปพัดขนาดใหญ่มาก กว้างถึง 3 เมตร ประกอบไปด้วยใบย่อยที่มีก้านแข็งมาก ประมาณ 3 ใน 4 นับจากโคนใบจะติดกันเป็นพืด ก้านใบใหญ่และแข็งมากยาวถึง 3 เมตร ด้านบนแบนหรือเป็นร่องแบบรางน้ำและขอบมีหนามแหลมคม โคนก้านขยายกว้างโอบกอดลำต้นเกือบรอบ ผิวตามท้องก้านมีเส้นใยเหนียวมาก ในขณะใบอ่อน ใบย่อยจะพับรวมกันแน่นเป็นรูปหอกเรียวแหลม และมีขุยสีน้ำตาลแดงตามก้านใบย่อยบ้าง พอใบแก่จะขยายคลี่ออกเป็นรูปดังกล่าว ดอก เล็ก สีขาวอยู่บนช่อที่มีกิ่งแขนงมากมาย แขนงล่างๆ จะยาว และจะค่อยๆ สั้นลงจนถึงยอดช่อ จึงดูรูปช่อคล้ายรูปกรวยคว่ำหรือปิระมิดที่สูงถึง 5 เมตร และกล่าวว่า ช่อหนึ่งๆ มีดอกถึง 60 ล้านดอก ในระยะที่ออกดอกนี้ใบลานจะลู่หุบลง และค่อยๆ ล่วงหล่นไปหมดในที่สุด ดอกลานเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบรองกลีบดอกติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็นแฉกมนๆ 3 แฉก กลีบดอกมี 3 กลีบ  และขอบกลีบจะเกยทับกัน เกสรผู้มี 6 อัน รังไข่เป็น 3 พู ภายในแบ่งเป็น 3 ช่อง ผล กลมหรือป้อม ออกดอกเดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม

ประโยชน์ : ผลอ่อนเนื้อหนา ใช้เชื่อมน้ำตาลรับประทานได้เหมือนลูกชิด ช่ออกมีน้ำตาลมาก อาจทำน้ำตาลได้เช่นเดียวกับมะพร้าว ตาล และต๋าว หรือ ชก ในประเทศไทยมีลานขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ 2 ชนิด ในท้องที่ป่าทางภาคใต้นั้นมีชนิด C.elata Roxb. ชาวประมงในแถบนี้ใช้ใบทำใบเรือกันบ้าง ใบอ่อนใช้ในการอุตสาหกรรมทำลานสำหรับจารหนังสือ ทำหมวกและงอบ เครื่องจักสาน เครื่องเล่นของเด็ก ส่วนลานที่ปลูกตามวัดทั่วๆไปนั้น เป็นชนิด C.umbraculifera  L. มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดียตอนใต้ และลังกา ต้นสูงถึง 20-30 เมตร

 

ที่มาของข้อมูล :  ศ. เต็ม สมิตินันท์ หนังสือพันธุ์ไม้ป่าเมืองไทย , กรมป่าไม้

 


www.rspg.thaigov.net